
ฝากเงินกับธนาคาร ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย มีวิธีอื่นที่ง่ายพอกัน แต่ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
มีผู้หญิงจำนวนมากที่ทำงานมาได้ระยะหนึ่ง ตำแหน่งหน้าที่การงานดี และเงินเดือนโอเค แต่เมื่อเหลียวมองตัวเลขในบัญชีเงินฝากธนาคารที่เก็บหอมรอมริบมา มันก็เท่าๆ เดิม ไม่งอกไม่เงยขั้นมาซักที
เพราะดอกเบี้ยเงินฝากสมัยนี้ มันไม่ได้เติบโตดั่งใจเหมือนสมัย 20 กว่าปีที่แล้ว แต่ก็ยังไม่วายที่จะยังคงคิดว่า การฝากเงินกับธนาคารเป็นคำตอบสุดท้ายของการเก็บออมไว้ใช้ในอนาคต อันนี้เป็นกันทุกคน
ใครว่าผู้หญิงไม่เหมาะกับการลงทุน
เรามักจะได้ยินจนชินหูเกี่ยวกับการลงทุน ว่าต้องเป็นเรื่องของผู้ชายเท่านั้น ขอบอกว่าไม่จริงเสมอไป หากเราจะมองย้อนกลับไป ผู้ชายเป็นฝ่ายหาเงินเลี้ยงครอบครัว เรื่องเงินทั้งหมดจึงเป็นหน้าที่ของผู้ชาย แบ่งให้ผู้หญิงซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่บ้านไว้จับจ่ายใช้สอยเท่านั้น ดังนั้นเรื่องหาเป็นเรื่องของผู้ชาย เรื่องใช้และเก็บเป็นของผู้หญิง
แต่สมัยนี้ผู้หญิงเรามีโอกาสแสดงความสามารถได้มากขึ้น (ทั้งที่ความสามารถมีมาตั้งนานแล้ว) การทำงานหาเงินจึงไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ชาย ความคิดความอ่านต่างๆ ก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย เพราะฉะนั้นอะไรที่ผู้ชายทำได้ ผู้หญิงก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน หรือคุณว่าไม่จริงล่ะ
ในอดีตเราอาจจะได้ยินการลงทุนจากปากผู้ชายบ่อยจนคิดว่า การลงทุนเหมาะสำหรับผู้ชาย หรือผู้ชายเหมาะกับการลงทุนมากกว่า ที่จริงแล้วผู้ชายมีความกล้า บ้าบิ่นมากกว่าผู้หญิง ทางหรือวิธีไหนเป็นทางลัดก็มักจะพร้อมทำทันที พร้อมที่จะทุ่มสุดตัว แบบหมดหน้าตัก ไม่เผื่อเหลือเผื่อขาด เอาชนิดที่ว่าทำการลงทุนเป็นการพนันก็ว่าได้ (แต่ไม่ใช่ทุกคนนะ) สำหรับผู้หญิง มีความรอบคอบ ละเอียด ระมัดระวังมากกว่าผู้ชาย รู้จักจัดสรรแยกในส่วนที่จำเป็น กันไว้สำหรับส่วนที่ขาด ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีความกล้า บ้าบิ่นเหมือนผู้ชาย เพียงแต่ใช้ความรอบคอบ ละเอียด ระมัดระวังที่ติดตัวมาปรับใช้ให้เป็นจุดเด่นเพื่อการลงทุนก็ไม่ยาก เพราะมีการลงทุนมากมาย หลายชนิดที่เหมาะกับผู้หญิงยุคใหม่ เช่น ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ฯ หรือลงทุนในทรัพย์สินประเภทแก้ว แหวน เงินทอง เครื่องประดับ อะไรทำนองนี้
แค่ตัวอย่างนะครับ แต่ใช่ว่าการลงทุนแบบอื่นๆ ผู้หญิงจะทำไม่ได้ อันนี้ใครมีวิธีการลงทุนดี ๆ ก็เล่าสู่กันฟังได้ถือเป็นวิทยาทานอันยิ่งใหญ่นะ ซึ่งจะทยอยหยิบยกมาบอกกล่าวเล่าให้ฟังในโอกาสต่อๆ ไปนะครับ
อะไรคือการลงทุน
เรามาทำความรู้จักกับการลงทุนกันก่อน พูดง่ายๆ ก็คือการที่เรานำเงินที่เรามี (ในที่นี้จะพูดถึงเงินที่เก็บออม ไม่ใช่เงินที่กู้หนี้ยืมสินมามานะครับ) ไปทำอะไรสักอย่างให้ดอกผลมันงอกเงยขึ้นมา หรือดีกว่าการเอาเงินไปนอนแช่ไว้แค่ในธนาคาร การฝากธนาคารก็ดี แต่มันมีวิธีอื่นอีกเยอะแยะตามความชอบ ความถนัดของแต่ละคน โดยผลตอบแทนก็ไม่ได้ออกมาเป็นรูปตัวเงินที่วัดได้เสมอไป อาจจะรวมเอาคุณค่าทางจิตใจเข้าไปด้วย เช่น การลงทุนทำกิจกรรมการกุศล ที่เป็นประโยชน์แก่สังคม ไม่หวังผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน อิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ ได้กุศลอีกต่างหาก เช่น ตั้งกองทุนเงินทุนการศึกษาเพื่ออนาคตของชาติ กองทุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียน เป็นต้น ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะตั้งเป้าหมายของการลงทุนไว้อย่างไร
หลายคนอาจจะบอกไม่ได้ว่าอนาคตทางการงาน และการเงินของตัวเองใน อีก 5 ปี 10 ปี จะทำงานอยู่ที่ไหน ตำแหน่งอะไร เงินเดือนเท่าไหร่ และที่สำคัญจะเพียงพอต่อครอบครัว หรือภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นจากอดีต ปัจจุบัน และอนาคตหรือไม่ โดยเฉพาะในวัยที่เพิ่มขึ้น เงินทองที่เก็บหอมรอมริบ จากการที่เราจะทำงานหนัก 24 ชั่วโมง หรือตลอดสัปดาห์ หรือทั้งปี
แต่ประโยคฮิตที่ว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผลตอบแทนสูงความเสี่ยงก็สูง ผลตอบแทนต่ำ ความเสี่ยงก็ต่ำ แปลว่าการลงทุนก็ไม่ได้รับประกันผลตอบแทนเสมอไป เราจึงต้องศึกษาถึงประเภทการลงทุนชนิดต่างๆ ที่เหมาะสมและดีที่สุด ย้ำนะครับว่าดีที่สุดของแต่ละคน เพราะไม่มีการลงทุนประเภทไหนดีเหมือนๆ กันสำหรับทุกคน
ข้อคิด
การลงทุนก็เปรียบเหมือนการปลูก Apple (จะจะคิดว่าเป็นมังคุด ละมุด ลำไย อะไรก็ได้แล้วแต่ชอบนะครับ) ผลตอบแทนก็คือผล Apple ไว้กินเองโดยที่ไม่ต้องซื้อ เหลือกินก็เอาไปขายได้เงินอีก การปลูกก็ไม่ใช่เอาเมล็ดโยนลงดิน แล้วมันจะขึ้นมาให้เชยชมนะ เราต้องศึกษาวิธีการปลูก รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย เก็บเกี่ยวให้เหมาะกับ Apple ไม่ใช่ตั้งใจปลูก Apple แต่กลับได้ส้มซะงั้น เหมือนกับที่เราต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนชนิดต่างๆ ให้เหมาะกับตัวเอง ที่เหลือก็คือระยะเวลา และการรอคอยที่ไม่นานมาก ถ้ารอนานเกินไปก็หมดอารมณ์ ยิ่งเราขยันศึกษาถึงการปลูกพืชหลากหลายชนิด ก็จะรู้ว่าเราปลูกพืชชนิดไหนแล้วได้ผลดี คุ้มกับที่ลงเงิน ลงแรง และเวลา เราอาจจะเคยเห็นหลายคนเปลี่ยนจากมนุษย์กินเงินเดือน มาเป็นเจ้าของเรือกสวน ไร่ นา หรือเก็บดอกผลจากการลงทุนเป็นกอบเป็นกำ มานักต่อนักแล้ว
ครั้งหน้ามาว่ากันต่อเรื่อง เงินที่จะลงทุนเอามาจากไหน แล้วพบกันครับ
-------------------------------------------
To know him
ธนกฤต อนวัชวรรณ จบการศึกษาและมีประสบการณ์ด้าน Financial Management รวมทั้งMarketing ด้านอสังหาริมทรัพย์ ประเภทอาคารชุดที่อยู่อาศัย ถ้าสาวๆ คนไหนจะชวนคุยเรื่องที่เกี่ยวกับการลงทุน หรือเรื่องที่เป็นประโยชน์กับชาวเวบด้วยกัน ก็จะยินดีมากๆ เพราะเจ้าตัวบอกว่าไม่อยากนั่งคุยอยู่คนเดียว







ความคิดเห็น
อีกเรื่องที่สนใ จคือกองทุนทองคำ อจ.ท่านว่าค่าบริหา รจัดการแพงเกินไ ป แต่เดือนตุลาคมจ ะมีกองทุนใหม่ ที่ซื้อขายแบบ Gold Spot อยากทราบข้อมูลเ กี่ยวกับผลิตภัณ ฑ์ตัวนั้นด้วยค่ ะ
แล้วอีกเรื่องที ่อยากทราบ คือ เรื่องของประกัน ชีวิต ประกันสุขภาพ สัดส่วนแต่ไหน ของเงินออม จึงจะเหมาะสมคะ
ถามเยอะหน่อย แต่ค่อยๆเขียนนะ คะ จะตามอ่านค่ะ ขอบคุณคะ