ตั้งใจจะเขียน blog มาหลายวันแล้ว แต่เหมือนหัวถูก block เพราะมีเรื่องต้องคิดต้องทำเต็มไปหมด แถมยังเป็นไข้หวัด
ไข้หวัดนี่ ทุกคนก็เคยเป็นและก็รู้ว่าน้ำมูกนั้น ทำให้หูอื้อตามไปด้วย ครั้นพอกินยา ยาแก้หวัดก็มักจะทำให้เบลอๆเสียอีก เพราะมีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน เคยถามหมอเหมือนกันว่าทำไมยาแก้หวัดต้องกินแล้วง่วง หมอบอกว่าเพื่อบังคับให้คุณนอนไง เป็นหวัดนี่นอนมากๆก็จะหายได้
นั่งหน้าจอคอมพ์ คิดๆๆ แล้วก็เลิกคิดเพราะคิดไม่ออก จนมาวันนี้มานั่งคิดหน้าคอมพ์อีกครั้ง แต่คราวนี้คิดได้ว่า ถ้ามัวแต่ยอมให้มีอะไรมา block อยู่อย่างนี้ อย่าว่าแต่เขียน blog เลย จะทำอะไรก็คงไม่ได้ทำสักที
ในชีวิตของคนเราก็คงเหมือนกัน เส้นทางเดินของเรานั้นไม่ได้สะดวกง่ายดายไปเสียหมด ย่อมจะต้องมีอะไรมากีดขวาง มากั้นไว้เป็นระยะๆ หลายๆคนพอเจออะไรขวางปุ๊บก็หยุดปั๊บเหมือนกัน เป็นอันว่าเดินตามทางที่คิดไว้ไม่สำเร็จตลอดรอดฝั่ง แล้วก็โอดครวญว่า ก็มันมีอะไรมาขวางอยู่นี่นา จะไปได้อย่างไร
มวลน้ำที่ผ่านมาทำเราทุกข์ระทมกันไปทั้งประเทศเมื่อปลายปีที่แล้วนี่ ที่จริงแล้วเป็นตัวอย่างที่ดีมาก เราพยายามกั้นเท่าไร น้ำก็ข้ามมาได้ หาวิธีขวางอย่างไร น้ำก็หาทางอ้อมลดเลี้ยวมาได้อีก จะอุดจะปิดตรงไหน น้ำก็ยังสู้อุตส่าห์ซึมทะลุใต้ดิน เพื่อจะไปตามทิศทางที่มุ่งหวังให้ได้ และก็ประสบความสำเร็จในที่สุด
หมายถึงน้ำนะ ไม่ใช่คนกั้น
เมื่อไรที่ท้อแท้เพราะชีวิตมีอุปสรรคขวากหนามมากั้นไว้ ขอให้นึกถึงน้ำ เขียนมาถึงตรงนี้ก็นึกถึงเพลงของพี่ก้อย ศรัณย่าเพลงหนึ่งที่ผมเคยแต่งไว้ ชื่อ "การเดินทางของสายธาร" มีท่อนหนึ่งว่า
....อย่าหยุดยั้งยอมเลิกกลางทาง หากเธอยังหวังจะไปให้เจอเส้นชัย อาจยังมีเหลือหนทางที่พอไปได้ อาจจะเวียนและวกวนไปยังจุดที่ต้องการ...
ขึ้นต้นที่โรคหวัด ไม่รู้ว่ามาลงท้ายที่เพลงของศรัณย่าได้อย่างไร สงสัยยาแก้หวัดของหมอคราวนี้ เห็นจะแรงเป็นพิเศษ



โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง