หลังจากไปอยู่ญี่ปุ่นมาสองสัปดาห์ ยิ่งทำให้ความสนใจเกี่ยวกับอะไรที่เป็นญี่ปุ่นๆ ในตัวครูเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้ยินเพื่อนรุ่นพี่เล่าให้ฟัง ว่าจะมีหนังสารคดีน่าดูเข้ามาฉาย เป็นเรื่องเกี่ยวกับเชฟซูชิชาวญี่ปุ่นชื่อดังระดับโลก ได้ยินแค่นี้ก็ตั้งใจว่าจะไปดูให้ได้
แต่ที่ได้ยินไม่ได้มีแค่นี้ค่ะ เขาเล่ามาอีกว่า เชฟคนนี้อายุกว่าแปดสิบแล้ว มีร้านที่เสิร์ฟแต่ซูชิอย่างเดียวเท่านั้น เป็นร้านที่มีแค่สิบที่นั่ง และถ้าจะไปกินต้องจองล่วงหน้าอย่างน้อยสองเดือน ... ฟังมาถึงตอนนี้ จากที่แค่ตั้งใจจะไปดูให้ได้ ก็เพิ่มเป็นว่าจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด
ตอนไปญี่ปุ่น ครูได้ไปกินซูชิอย่างตั้งใจอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นร้านระดับดีเชียวละค่ะ อยากลองดูว่าของแท้จริงๆ เป็นอย่างไร ก็พบว่าของแท้นั้น มันจริงตั้งแต่มาดเชฟที่ปรุงเลยล่ะค่ะ

ร้านที่ครูไปกินอยู่ในซอย Pontocho ของย่าน Gion ซึ่งเป็นย่านช็อปปิ้งดังของเมืองเกียวโต เป็นร้านบังเอิญเจอ แล้วก็ตัดสินใจไม่นานที่จะเข้าไปลองชิม ไม่ได้มีข้อมูลอื่นใดประกอบการตัดสินใจเลยค่ะ เพียงเพราะพนักงานต้อนรับเขาทักทายและเชื้อเชิญอย่างถูกอัธยาศัยกันเท่านั้น เราก็เชื่อเขาง่ายๆ เดินตามเขาไปอย่างเต็มอกเต็มใจ

ร้านเขาเล็กๆ แต่ไม่ธรรมดานะคะ ทั้งบรรยากาศ การออกแบบ และเชฟที่ปรุง เขาขายอาหารหลายอย่างค่ะ และมีซูชิด้วย เชฟซูชิให้เราไปนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์เขาเลย ทั้งๆ ที่เราพุ่งเข้าไปจะนั่งโต๊ะมุมอื่น แต่เขาออกมา “ต้อน” เราด้วยตัวเอง ส่งภาษาญี่ปุ่นให้เดา พอเข้าใจได้ว่า “ไหนๆ ก็มาแล้ว เดี๋ยวจะดูแลเองนะ” แล้วเราก็ได้สังเกตการณ์กระบวนการทำซูชิของเขาไปด้วย

เขาใช้สมาธิมากนะคะในการทำซูชิแต่ละคำ และกิริยาท่าทางของเขานั้นบอกอย่างชัดเจนว่า ฝึกมาอย่างเป็นกระบวน มือไม้ที่จับมีด จังหวะในการปั้นข้าว องศาการหัน ก้ม เอื้อม ของเขานั้น ทำให้เห็นวินัยและความคิดในงานของเขาชัดเจน
เมื่อเขานำมาเสิร์ฟ ซูชิของเขาจึงไม่ใช่เพียงแค่เนื้อปลาแปะบนก้อนข้าว แต่เหมือนเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่งที่เกิดจากความตั้งอกตั้งใจจริงของคนทำ มีความประณีตบรรจงอยู่ในนั้น

นั่นคือประสบการณ์ตรงของครูกับเชฟซูชิชาวญี่ปุ่น ในร้านใจกลางเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น แต่จิโร่เป็นยิ่งกว่านั้นอีกค่ะ
ตัวหนังเล่าเรื่องเชฟซูชิชื่อจิโร่ ที่เรียนรู้และเปิดร้านทำซูชิมาตั้งแต่หนุ่ม จนแต่งงานมีลูกชายสองคน ลูกทั้งสองก็เรียนรู้สืบทอดต่อเนื่องจากจิโร่มาอีก จนเปิดร้านสาขา จิโร่ได้รับรางวัลร้านอาหารยอดเยี่ยมระดับโลกหลายครั้ง แต่เขาไม่เคยคิดขยายร้านให้ใหญ่ขึ้นเพื่อจะรับลูกค้าได้มากขึ้น เขากลับมุ่งมั่นมากขึ้นเพื่อทำให้ประสบการณ์การมากินซูชิในร้านขนาดสิบที่นั่งของลูกค้า เป็นที่จดจำและประทับใจยิ่งขึ้น

หนังถ่ายทอดรายละเอียด ให้เห็นขั้นตอนกระบวนการกว่าจะมาเป็นซูชิหนึ่งคำให้เราเห็น ไม่ใช่แค่หุงข้าวให้สุก ล้างปลาให้สะอาด ไม่ใช่แค่แต่งร้านสวย จัดจานให้ดูดี ไม่ใช่แค่นั้น ซูชิหนึ่งคำหมายถึงความทุ่มเทของเชฟหนึ่งชีวิต ที่ต้องยอมทำงานหนัก เรียนรู้ฝึกฝนเป็นสิบปี พยายามผ่านขั้นตอนฝ่าด่านจนได้รับการยอมรับ จนได้กลายเป็น “ของจริง” ที่เท่จากแก่นแท้และเนื้อใน ไม่ใช่เพียงทำท่าทางเท่ๆ แค่ภายนอกเท่านั้น

จิโร่พูดชัดเจนด้วยตัวเองว่า “You have to love your job. You must fall in love with your work.” แค่คำพูดนี้ก็ควรค่าแก่การได้ไปรับรู้เรื่องราวของเขาแล้วล่ะค่ะ
ครูว่าเราทุกคนต่างเคยทดท้อกับงานที่ตัวเองทำอยู่กันทั้งนั้น เคยบ่น เคยคร่ำครวญ เราเป็นมนุษย์นี่คะ อดทนไม่ไว้ก็พลั้งปากบ้าง อยากระบายบ้าง แต่เราน่าจะลองถามความรู้สึกของตัวจริงๆ สักครั้ง ว่าเรารักงานที่เราทำอยู่บ้างไหม เรามาทำอยู่เนี่ยเพื่ออะไร เพราะอะไร ครูว่าถ้าตอบออกมาได้ (ไม่ว่าคำตอบนั้นจะเป็นลักษณะไหน) ก็จะทำให้เราเห็นทิศทางของชีวิตการทำงานของเราชัดเจนขึ้นได้มากเลยล่ะค่ะ
เวลาครูเข้าไปแก้ไขปัญหาการทำงานขององค์กรใดก็ตาม นี่เป็นคำถามที่ครูจะถามพนักงานทุกคนขององค์กรนั้นเมื่อมีโอกาส ไม่ผิดหรอกนะคะ ถ้าคำตอบจะเป็นว่า “ทำเพื่อเงิน” หรือ “ทำเพื่อเป็นฐานประสบการณ์สำหรับโยกย้ายไปทำงานอื่นที่ดีกว่าในอีกสามปีข้างหน้า” แต่เราต้องรู้ชัดเจน ว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้น เราทำไปเพื่ออะไร
สำหรับจิโร่ เขาไม่ได้เน้นว่าให้ทำงานที่ตัวเองรักนะคะ คนละประเด็นกัน เขาเน้นว่าให้รักงานที่ตัวเองทำอยู่ ลูกชายสองคนของเขาก็ไม่ได้เริ่มจากความรักในการทำซูชิ แต่เมื่อทำไปฝึกไป ตั้งอกตั้งใจเรียนรู้จริงจัง เขาก็พบว่า เขาชอบทำงานนี้จริงๆ และจะพยายามทำให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ



ครูดูหนังเรื่องนี้แล้วก็กลับมาย้อนคิด สำรวจการทำงานของตัวเองใหม่อีกหลายรอบเลยละค่ะ แล้วก็นั่งคิดจริงๆ จังๆ ทบทวนว่า นี่ฉันทำอะไรอยู่กันแน่ งานของฉันคืออะไรนะ ฉันชอบมันจริงหรือเปล่า อะไรในงานที่ฉันชอบและไม่ชอบ ฉันรักงานนี้ตรงไหนหนอ ฯลฯ ตอนนี้อยู่ในช่วงประมวลผลคำตอบ และเรียบเรียงความคิดอยู่ค่ะ เชื่อว่าเมื่อสำเร็จเสร็จสิ้น จะเป็นประโยชน์มากกับชีวิตการทำงานของตัวเอง
ลองเข้าไปดู trailer ของหนังเรื่องนี้ได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=hbV6knbeUFE ค่ะ
ตอนนี้ ตัวหนังมีฉายที่โรงเดียวเท่านั้นค่ะ คือที่ HOUSE RCA โรงหนังอาร์ตเฮ้าส์อีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เช็ครอบฉายก่อนไปนะคะ ที่ www.houserama.com หรือจะโทรไปก็ได้ค่ะ 02 641 5177
คำเตือน หลายคนดูจบแล้ว อยากกินซูชิขึ้นมาทันทีเลยนะคะ : )



ความคิดเห็น