
ได้ดูหนังสองเรื่องในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกัน แต่ดูแล้วนึกถึงอะไรอย่างอื่นได้คล้ายๆ กัน และมีอะไรบางอย่างที่จับเทียบคู่กันได้ ทำให้มองเห็นอะไรๆ ได้กว้างขึ้น
เรื่องแรกคือ The Social Network ยังพอมีรอบฉายอยู่ในขณะนี้ อีกเรื่องคือ The September Issue เพิ่งมีดีวีดีวางขายได้ไม่นาน และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
มองโดยภาพรวม ความแตกต่างกันอยู่ตรงที่เรื่องแรกมีอารมณ์ของความเป็นผู้ชายอยู่สูงมาก มีการคิดคำนวณ คาดการณ์ ดำเนินการโดยใช้โครงสร้างความคิด และเกี่ยวข้องกับธุรกิจคอมพิวเตอร์ ส่วนเรื่องหลังเต็มไปด้วยความเป็นผู้หญิง มีการใช้รายละเอียดความรู้สึก ใช้ศิลปะและการออกแบบ มีความอ่อนไหวอยู่มากมาย และเกี่ยวข้องกับธุรกิจแฟชั่น

ส่วนที่เชื่อมโยงกันได้ก็คือ ทั้งสองเรื่องเล่าเกี่ยวกับคนเก่ง ไม่ใช่เก่งระดับทั่วๆ ไป แต่เก่งในระดับท็อปของโลก ไม่ใช่เก่งแค่ในชีวิตประจำวันหรือในแวดวงของตัว แต่ความเก่งนั้นส่งอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วโลก ที่สำคัญคือ นอกจากจะเล่าให้เห็นความเก่งฉกาจของแต่ละคนแล้ว เขายังแอบบอกเราด้วย ว่าในความเป็นอัจฉริยะ และความเป็น ‘somebody’ นั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความฟลุค ไม่ได้มาด้วยโชค ไม่ได้มาด้วยพรสวรรค์ แต่ต้องแลกมาด้วยหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน
กว่าที่คนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จ ยืนหยัดโดดเด่นเป็นสง่า ทรงอิทธิพลอยู่ได้อย่างที่ใครต่อใครเห็นนั้น รู้บ้างไหมว่าเขาต้องฟันฝ่าขวากหนามและทนทุกข์กับความเจ็บปวดรวดร้าวทั้งกายทั้งใจขนาดไหน
ทางกายก็คือความตรากตรำจากการอดตาหลับขับตานอน ใช้ชีวิตผิดเวล่ำเวลา อดทนกรำงานเกินกำลังข้ามวันข้ามคืน ต้องพยายามยืนหยัดอยู่ให้ได้จนกว่าสิ่งที่ต้องการสร้างให้เกิดขึ้นจะปรากฏอยู่ตรงหน้า ประมาณว่าห้ามล้ม ห้ามป่วย ห้ามพลาด ถ้าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องตายไปเลยเท่านั้น จะได้รู้แล้วรู้รอด
ทางใจก็คือการต้องเผชิญสิ่งท้าทายอารมณ์และความแข็งแกร่งภายในสารพัดอย่าง ต้องใช้ความอดทนอดกลั้น ความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น ความสัตย์ซื่อต่อตนเอง ต้องก้าวผ่านความสะทกสะเทือนภายใน ต้องเผชิญการสั่นคลอนของความเชื่อ ต้องสกัดความโลภ-ปรามความย่ามใจ ต้องเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ต้องทนกับสายตาสงสัยดูหมิ่น ต้องบังคับตัวเองให้แน่วแน่ ไม่ทดท้อ ไม่ยอมแพ้

ทุกอย่างไม่ได้ได้มาเพียงชั่วดีดนิ้วเหมือนอย่างที่คนอื่นรู้สึก ประมาณว่าอยู่ดีๆ ฉันก็เกิดรู้จักคนคนนี้ขึ้นมา อยู่ดีๆ ก็ได้รับรู้เรื่องราวของเขา เพราะผลงานการคิด การคำนวณ การสร้างสรรค์ การออกแบบ ทำเงินให้เขามากมายมหาศาล หรือเพราะความเป็นคนเด่นคนดังของเขา
เราได้เห็นตอนที่ชีวิตของเขาเป็นผลสำเร็จแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสเห็นตอนเขาพยายามเริ่มต้น ล้มลุกคลุกคลาน ลำบากยากเข็ญ เพราะในช่วงเวลาเหล่านั้น ไม่มีใครอยากไปรู้ไปเห็นด้วยมากนัก คงสะเทือนใจเกิน คนเรามักชื่นชอบในการรับรู้ความสำเร็จหลังการฝ่าฟันอันเป็นส่วนหนึ่งของความรื่นรมย์

เนื้อหาที่ดีมากที่หนัง The Social Network นำเสนอก็คือ ท่ามกลางความสำเร็จล้นหลาม ท่ามกลางผู้คนที่มาเกี่ยวข้องมากมาย ท่ามกลางชื่อเสียงเงินทองมหาศาล มีเพียงความรู้สึกลึกซึ้งต่อคนคนเดียวเท่านั้นที่สำคัญที่สุดและเป็นสุดยอดปรารถนา นี่เป็นการตั้งประเด็นเสียดสีชีวิตของหนุ่มอัจฉริยะผู้สร้างโปรแกรมของ facebook ซึ่งเป็นสังคมไซเบอร์ที่กว้างขวางและได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้
ว่าในขณะที่เขาเป็นผู้สร้างระบบเครือข่ายเพื่อนพ้อง สร้างระบบสังคมให้ผู้คนได้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน แต่เขากลับไม่มีใครเลย เพื่อนพ้องฟ้องกันนัวไปหมดเพราะเรื่องผลประโยชน์ สาวเดียวที่เขาฝากใจไว้อย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลงกลับเกลียดเขาเข้าไส้ เพราะความที่เขาไม่สามารถจัดการอารมณ์และปฏิสัมพันธ์ต่อกันให้ราบรื่นได้ และขณะที่สามารถคิดค้นกลยุทธ์เฉียบคมมากมาย ในการดึงดูดความสนใจผู้คนจำนวนมหาศาลให้มารวมกลุ่มกันได้ เขากลับขาดทักษะทางสังคมที่จะทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับ…และเป็นที่รัก
สำหรับหนัง The September Issue นั้น บอกเล่ารายละเอียดการทำงานของทีมงาน Vogue ในช่วงของการออกนิตยสารฉบับสำคัญ ประจำเดือนกันยายน ปี 2007 ภายใต้การนำของ Anna Wintour ผู้เป็นบรรณาธิการใหญ่ และ Grace Coddington ผู้เป็นบรรณาธิการแฟชั่น เราได้รับรู้เรื่องราวของสองสาวใหญ่ควบคู่กันไปกับการได้เห็นสไตล์การทำงานและลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันสุดขั้ว แต่กลับผสมผสานกันได้อย่างลงตัวแบบมืออาชีพขนานแท้ ที่ต่างก็รู้ดีว่าตัวเองมีดีที่ตรงไหน และอีกฝ่ายโดดเด่นเรื่องอะไร
ภาพชัดเจนของผู้หญิงเก่งและแกร่งสองคนได้รับการถ่ายทอดอย่างน่าสนใจ ทำให้ได้เรียนรู้มากมาย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า ต่อให้เก่งขนาดไหน ยังต้องรู้ความจริงเสมอว่า ชีวิตยังต้องมีคนอื่นอยู่ด้วย ทั้งคอยท้าทาย สนับสนุน แข่งขัน เป็นแบบอย่าง คล้อยตาม ขัดแย้ง ต้องมีชีวิตอยู่ด้วยกันไป ไม่มีทางที่คนเราจะอยู่เดี่ยวและเก่งเป็นหนึ่งเดียวในโลก โดยปิดประสาทไม่ยอมรับรู้ว่ายังมีคนอื่นอยู่ด้วยในบทบาทที่อาจแตกต่างกัน
การทำงานและความเป็นไปของแอนนาและเกรซ สะท้อนภาพของผู้หญิงสองสไตล์ให้เห็นชัด คนหนึ่งแม่นยำ เฉียบคม แข็งแกร่ง สูงส่ง เย็นเยือกเหมือนภูเขาน้ำแข็ง อีกคนหนึ่งเป็นศิลปิน วาบไหว ใกล้ชิด อ่อนโยน อบอุ่นเหมือนแสงแดดฤดูใบไม้ผลิ ทั้งสองทำงานสอดประสานกันอย่างรู้จังหวะ รู้จุดอ่อนจุดแข็งของแต่ละฝ่าย สาดใส่และทำร้ายกันเมื่อจำเป็น เพื่อให้เกิดการตอบโต้ที่สร้างสรรค์ในเนื้องานที่ต้องทำร่วมกัน

อีกสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้เกี่ยวกับคนเก่งสามคนในทั้งสองเรื่องก็คือ ทุกคนมีชั่วขณะแห่งความโดดเดี่ยวอ้างว้างในตัวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นตอนที่คิดอะไรบางอย่างออก แต่ไม่สามารถสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจตามได้ หรือตอนที่เห็นปัญหาชัดเจนตรงหน้าในขณะที่คนอื่นมองไม่เห็น เหมือนเขาได้เห็นอะไรบางอย่างล่วงหน้าและลึกล้ำด้วยประสาทสัมผัสพิเศษ แล้วอยากได้คนร่วมรับรู้ ร่วมแบ่งปัน แต่ไม่มีสักคนที่จะเข้าใจร่วมด้วยอย่างถ่องแท้ เพราะคนอื่นไม่มีสัมผัสพิเศษแบบนั้นด้วย ระหว่างนั้นก็ได้แต่คิดคำนึงไปคนเดียว ตื่นเต้นดีใจคนเดียว กลุ้มกังวลไปคนเดียว ถ้าโชคดีหน่อยก็แค่ชั่วประเดี๋ยว ถ้าโชคร้ายก็ต้องรอนาน กว่าคนอื่นเขาจะก้าวตามมาทัน
มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจกำลังคิดว่า แล้วจะเก่งจะเลิศไปทำไมกันนักหนาล่ะถ้างั้น ถ้าเก่งแล้วไม่มีหัวใจ เก่งแล้วไม่มีเพื่อน เก่งแล้วต้องเหงาเศร้าเดียวดาย นั่นสิ...จะเก่งกันไปทำไมนักหนา
ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วมีความสุขพอประมาณก็คงเป็นไปได้เรื่อยๆ เพราะถือว่าธรรมชาติสร้างมาบางส่วน ดิ้นรนจะเป็นเองอีกส่วน อย่างแอนนานั้น เหมือนเธอเป็นของเธอมาอย่างนั้น เราจะไม่เห็นความทุกข์ร้อนใดๆ ของเธอ แม้กระทั่งเวลาที่มีคนพูดถึงว่า เธอช่างเย็นชา ห่างเหิน และโหดเหี้ยม ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ลึกซึ้งกับคนอื่นๆ เกินไปกว่าเรื่องงาน เกรซเสียอีกที่เราได้เห็นความอ่อนไหวและอบอุ่นของเธอ หรือเพราะเธอเก่งไม่เท่าแอนนา เราจึงได้เห็นความเป็นมนุษย์อยู่ ส่วนพ่อมหาเศรษฐีอัจฉริยะคอมพิวเตอร์นั้น เราได้เห็นความโดดเดี่ยวแปลกแยก และน่าเวทนาอย่างชัดเจน
หลายๆ คนเขาก็เกิดมาเพื่อจะอยู่ตรงนี้และเป็นอย่างนี้ เก่งเพื่อจะสร้างสรรค์อะไรบางอย่างให้เกิดขึ้น เป็นแบบอย่าง เป็นสถิติ เป็นความสำเร็จ เป็นแรงบันดาลให้คนอื่นๆ ถึงได้มีการแบ่งขั้นที่เรียกกันแล้วก็ออกจะชอบใจอยู่มาก เพราะเห็นภาพชัดเจน คือชั้นเทพ กับชั้นมนุษย์สามัญ ใครได้รับการจัดระดับว่าเป็นชั้นเทพก็ถือว่าสูงสุดแล้ว ยากจะมีใครไปทาบรัศมี
คุณล่ะ เก่งกันเรื่องอะไรบ้าง แล้วเป็นชั้นไหน ...ที่สำคัญ...เหงากันหรือเปล่าตอนนี้ : )




โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ กรุณารอสักครู่ ก่อนที่ความคิดเห็นของท่านจะถูกนำขึ้นแสดง